กันแดดฟิสิคัล vs กันแดดเคมี ต่างกันยังไง?
เปรียบเทียบกันแดดฟิสิคัลกับกันแดดเคมี กลไกการทำงาน ข้อดีข้อเสีย แบบไหนเหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวเซ็บเดิร์ม พร้อมวิธีอ่านค่า SPF และ PA
- กันแดดฟิสิคัล (Titanium Dioxide, Zinc Oxide) ทำงานทันทีและอ่อนโยนกับผิวแพ้ง่าย
- กันแดดเคมีเนื้อบางเบากว่า แต่ต้องรอ 15–20 นาที และบางตัวอาจระคายผิวบอบบาง
- SPF บอกการกัน UVB ส่วน PA บอกการกัน UVA แดดเมืองไทยควรใช้ SPF30+ PA+++ ขึ้นไป
กันแดดในท้องตลาดแบ่งใหญ่ ๆ ได้สองกลุ่ม คือฟิสิคัล (physical หรือ mineral) กับเคมี (chemical) ทั้งสองแบบกันแดดได้จริง แต่ทำงานคนละวิธี และให้ความรู้สึกบนผิวต่างกันมาก
ทำงานต่างกันยังไง
🪨 ฟิสิคัล (Mineral)
- ทำงานทันทีที่ทา
- อ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวหลังทำหัตถการ
- เนื้ออาจทิ้งความขาวบ้างในสูตรรุ่นเก่า
- ติดทนดีในอากาศร้อน
🧪 เคมี (Chemical)
- ต้องรอราว 15–20 นาทีก่อนออกแดด
- เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว
- บางตัวอาจแสบตาหรือระคายผิวบอบบาง
- อาจต้องทาซ้ำบ่อยกว่าเมื่อเหงื่อออกมาก
อ่านค่าบนฉลากให้เป็น
สำหรับแดดเมืองไทย แนะนำอย่างน้อย SPF30 ขึ้นไป และ PA+++ ขึ้นไป ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งบ่อย เลือก SPF50 PA++++ จะอุ่นใจกว่า
ผิวเซ็บเดิร์มควรเลือกแบบไหน
ผิวที่มีแนวโน้มเป็นเซ็บเดิร์มมักไวต่อทั้งความร้อน น้ำหอม และแอลกอฮอล์ กันแดดฟิสิคัลเนื้อบางเบาที่ไม่อุดตัน และมีส่วนผสมปลอบผิว จึงตอบโจทย์กว่า

คำถามที่พบบ่อย
ทากันแดดฟิสิคัลแล้วหน้าขาววอก ทำยังไง?
ทาทีละบาง ๆ สองรอบแทนการทาหนารอบเดียว และเกลี่ยตอนผิวยังหมาดจากครีมบำรุง จะช่วยลดความขาวได้มาก
ต้องล้างออกด้วยคลีนซิ่งออยล์ไหม?
กันแดดเนื้อบางเบาที่ไม่กันน้ำสูตรแข็ง ส่วนใหญ่ล้างออกได้ด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยนตามปกติ ไม่จำเป็นต้องขัดถูแรง